รายงานฉบับใหม่นี้ จัดทำขึ้นโดย มูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย (FDD) ศูนย์การคว่ำบาตรและการคลังโดยชอบด้วยกฎหมาย (CSIF) ได้แสดงให้เห็นว่า สกุลเงินดิจิทัลไม่เหมาะสมสำหรับการจัดหาเงินทุนของกลุ่มก่อการร้าย

รายงานถูกนำเสนอโดย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ CSIF, Yaya Fanusie โดย Fanusie ได้ทำการพิจารณาในหลายกรณี ที่กลุ่มก่อการร้ายมีการใช้ cryptocurrency เพื่อระดมทุน

จากการศึกษา กล่าวถึงการระดมทุนการก่อการร้ายครั้งแรก ในแคมเปญ “Jahezona” ซึ่งมีการดำเนินการในปี 2016 ในเขตพื้นที่ฉนวนกาซา ซึ่งเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชนในโครงการ Blockchain แคมเปญการระดมทุนได้รับการจัดการโดยกลุ่มญิฮาด ที่เรียกว่า Mujahideen Shura Council และมุ่งเป้าไปที่การระดมทุน 2,500 เหรียญต่อนักรบ สามารถเลือกจ่ายเงินเป็น Bitcoin(BTC) ได้ โดยในขณะนั้น “1 Bitcoin อยู่ที่ 500 เหรียญ”

นอกจากนี้ ลักษณะการกระจายอำนาจของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งทำให้การระบุตัวตนของผู้ที่ทำธุรกรรม ทำได้ยาก Fanusie กล่าวว่า โดยการวิเคราะห์การทำธุรกรรมของ แคมเปญ Jahezona ใน Blockchain ทาง CSIF สามารถตรวจสอบรายการการทำธุรกรรมได้ : ตลาดซื้อขาย BTC-e ที่ปิดตัวไปแล้ว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องของการฟอกเงิน

อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ระบุถึงกลุ่มผู้ประท้วงในประเทศซีเรีย ที่เรียกว่า Malhama Tactical ซึ่งพยายามระดมทุนใน Twitter กลุ่มนี้ถูกก่อตั้งโดยชาวอุซเบกิสถาน ซึ่งทำหน้าที่ในกองทัพรัสเซีย ก่อนที่จะออกไปสมทบกับกลุ่มกบฏในประเทศซีเรีย ในปี 2013 แคมเปญนี้ มีการทำธุรกรรมไม่มากนัก และมีมูลค่าน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ของ BTC

Fanusie อธิบายเพิ่มเติมว่า การจัดการ cryptocurrency จำนวนมาก จะต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่นการ “เข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยในโลกไซเบอร์” ซึ่งปัจจุบันผู้ก่อการร้ายขาดความรู้ในด้านนี้ เขาเสริมว่า ความผันผวนของราคา และความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม ทำให้การใช้ cryptocurrency ไม่เป็นที่นิยมของผู้ก่อการร้าย

Fanusie ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ออกกฎหมาย ลงความเห็นให้ cryptocurrency เป็นวิธีการชำระเงินสำหรับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่ผู้ก่อการร้ายส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ในสถานที่ ที่ไม่เอื้อต่อการใช้ cryptocurrency และพวกเขามักจะซื้อสินค้าต่างๆด้วยเงินสด เพราะมันคือวิธีที่ดีที่สุดในการไม่เปิดเผยตัวตนในพื้นที่ โดย Fanusie สรุปว่า การใช้สกุลเงินดิจิทัลของผู้ก่อการร้ายนั้น สะท้อนถึงการใช้ของสาธารณชนทั่วไป

“cryptocurrency และ Blockchain มันคือเทคโนโลยีที่ไม่ผิดกฎหมายโดยกำเนิด และเราไม่ควรจะกลัว เช่นเดียวกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถจะใช้มันในทางที่ดี หรือไม่ดี นั่นก็ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้มัน”

“ศัตรูของเรา ซึ่งเป็นทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นทั้งผู้ไม่หวังดีต่อรัฐ กำลังมีการสร้างเครื่องมือใหม่ๆเพื่ออำนวยสะดวกต่อพวกเขา รัฐบาล (สหรัฐ) ต้องติดตามเทคโนโลยีให้ทัน และจัดการกับความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากระบบนิเวศทางการเงินที่กำลังพัฒนาอยู่”


Reference : www.cointelegraph.com