BITCOIN เงินโลกแห่งอนาคต

0
539

“Bitcoin เปรียบได้กับทองคำ เพราะมันไม่ได้ถูกอ้างอิงจากสิ่งใดๆอีก มูลค่าของมันถูกกำหนดจากผู้ที่ใช้มันนั่นเอง”

ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน สังคมบนโลกเรา มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอยู่ตลอดเวลา และในการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันนั้น ก็มีทั้งการแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยตรง และการแลกเปลี่ยนสินค้าโดยใช้ตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ที่เราเรียกว่า “เงิน” และเมื่อเราใช้เงินเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า เราก็จะเปลี่ยนจากคำว่ากาการแลกเปลี่ยนมาเป็นคำว่า “ซื้อ-ขาย” โดยมี “เงิน” เป็นตัวกลาง

“เงิน” หมายถึง วัตถุหรือเอกสารใด ๆ ที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในการแลกเปลี่ยนกับสินค้าและบริการ เงินถือกำเนิดขึ้นโดยเป็นสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญหรือกระดาษที่เราใช้กันอยู่ทั่วๆไป สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยมูลค่าของเงิน ได้ถูกกำหนดขึ้นโดยรัฐบาล

แต่ในยุคปัจจุบัน เงินไม่ได้อยู่ในรูปแบบของตัววัตถุที่จับต้องได้เท่านั้น หากแต่เรายังมี บัญชีเงินฝาก มีบัตรเครดิต ที่ถูกดำเนินการและจัดการภายใต้ระบบธนาคาร (ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐบาลอีกที) และสามารถทำการฝาก ถอน โอนได้เพียงแค่ใช้เวลาไม่กี่นาที จีงทำให้เป็นเรื่องที่สะดวกสบาย เวลาเราจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน รวมไปถึงเรื่องการซื้อหรือขายของออนไลน์อีกด้วย แต่เราก็ต้องอย่าลืมว่า ทั้งหมดทั้งมวลในการทำธุรกรรมเหล่านั้น เราต้องใช้ตัวกลางเป็นตัวดำเนินการหรือคอยจัดการให้เราทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากไร้ซึ่งตัวกลาง ไร้ซึ่งคนคอยจัดการ หรือมีเหตุอันใดที่ทำให้ระบบตัวกลางทั้งระบบ หรือรัฐบาล มีปัญหาแล้ว เมื่อนั้นมันอาจจะทำให้มูลค่าหรือสิ่งของที่เราถืออยู่สูญสลายหรือไร้ค่าไปเลยก็เป็นได้

โพรโตคอล ซึ่งก็เปรียบเสมือนกับผู้คุมกฏแห่งเครือข่าย Bitcoin กล่าวไว้ว่า Bitcoin จะสามารถถูกผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่ 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้น (ในตอนนี้มี Bitcoin อยู่ในระบบประมาณ 16-17ล้าน Bitcoin) อย่างไรก็ตาม เจ้า Bitcoin พวกนี้สามารถที่จะถูกแบ่งออกเป็นจำนวนย่อยๆได้ (โดยหน่วยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin คิดเป็นหนึ่งร้อยล้านต่อ 1 Bitcoin โดยหน่วยนี้ถูกเรียกว่า “ซาโตชิ” เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้สร้าง Bitcoin )

 

Bitcoin เป็นสกุลเงินที่พิเศษกว่าสกุลเงินที่เราใช้กันอยู่ทั่วๆไป โดยจากเจตนารมณ์ ของผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นาคาโมโตะ” ตั้งใจที่จะทำ Bitcoin ให้เป็นสกุลเงินที่เป็นอิสระจาก รัฐบาล และธนาคาร สามารถที่จะโอนหากันโดยใช้ระบบอินเตอร์เนต ในเวลาที่น้อย และมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ อีกทั้ง Bitcoin ยังเป็นเงินดิจิตอลสกุลแรก ที่สามารถแก้ปัญหา Double Spending หรือปัญหาการทำธุรกรรมซ้ำซ้อนได้ Bitcoin คือเงินอีกชนิดหนึ่ง สามารถใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เราต้องการได้ เพียงแต่ Bitcoin จะเป็นเงินที่อยู่ในรูปแบบของสกุลเงินดิจิตอล ไม่สามารถจับต้องได้ แต่มันมีมูลค่า และมูลค่าของมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลไกของรัฐบาล แต่มันขึ้นอยู่กับเราหรือผู้ใช้ทุกๆคน

Bitcoin สำหรับตัวผม ผมเปรียบมันเหมือนกับทองคำ ซึ่งไม่อ้างอิงกับราคาของสิ่งใด มีทั้งที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ และทั้งที่ยังสามารถขุดหาเพิ่มใหม่ได้เรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้น Bitcoin ก็มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งด้วยการมีอยู่ของระบบ Bitcoin โพรโตคอล

จนถึงวันนี้ ด้วยแนวคิดของ Bitcoin ทั้งในเรื่องของรูปแบบ ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ความสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรม นับเป็นเรื่องที่จะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการเงินและโลกของธุรกิจ ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ถึงวันนี้มีหลายประเทศในโลกที่หันมาให้ความสนใจ และให้การยอมรับเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลกันมากขึ้นเรื่อยๆ Bitcoin ถือเป็นสิ่งที่ทรงพลัง อยู่เหนือการควบคุมจากรัฐบาล และยังไม่มีมาตราการใดๆที่จะสามารถมาควบคุมหรือจัดการได้ อีกทั้งยังมีเครือข่ายของพวก miner (นักขุด) ที่ไม่ทราบจำนวนอยู่มากมาย จึงยังทำให้ Bitcoin ยังเติมโตและทวีพลังมากขึ้นเรื่อยๆในทุกเวลา